โคมพาแนล Backlit และEdge-lit ต่างกันตรงไหน?
ไฟพาแนล LED คือโคมไฟเพดานทรงสี่เหลี่ยม มักมีขนาด 60×60 ซม. หรือ 30×120 ซม. ใช้ติดตั้งบนเพดาน โดยเฉพาะฝ้า T-Bar หรือฝ้าฉาบเรียบ โดยจุดเด่นของมันคือการให้แสงที่กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นโคม ไม่เกิดจุดบอดแสง (Dark Spot) และช่วยลดแสงสะท้อนที่รบกวนสายตา
ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักพาแนลแบบ Edge-lit และ แบบBacklit มากกว่าเดิม ที่แม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่ละแบบมีโครงสร้างภายในพาแนลที่แตกต่างไม่ว่าจะซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสว่าง
พาแนล LED แบบ Edge-lit เป็นยังไง?
ไฟพาแนล Edge-lit จะติดตั้ง LED Chip ไว้ที่ขอบของโคม แสงจะส่องผ่านแผ่นอะคริลิกแล้วกระจายออกมาด้านหน้า ทำให้ตัวโคมมีความบางเป็นพิเศษ
กลไกการทำงาน
แสงจากLED Chip ที่ขอบจะไม่ได้ส่องลงมาโดยตรง แต่จะวิ่งเข้าสู่ด้านข้างของแผ่นที่เรียกว่า Light Guide Plate (LGP) ซึ่งทำหน้าที่หักเหแสงให้กระจายตัวและส่องลงมายังพื้นที่ด้านล่างผ่านแผ่น Diffuser อีกชั้นหนึ่ง
ส่วนของแผ่น LGP ถ้ารุ่นราคาถูกที่เป็นแผ่น PS (Polystyrene) เมื่อใช้ไปประมาณ 1-2 ปี จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกรอบแตก แต่ถ้าเป็นรุ่นคุณภาพสูงจะใช้แผ่น MMA (Acrylic) ซึ่งจะใสยาวนานและไม่เหลือง
จุดเด่นของ Edge-lit LED
- ดีไซน์บางเฉียบ: เนื่องจากไม่ต้องวางเม็ด LED ไว้ด้านหลัง ทำให้ตัวโคมมีความหนาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เหมาะมากสำหรับเพดานที่มีพื้นที่จำกัด
- ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง: ด้วยความเพรียวบาง ทำให้ติดตั้งได้ทั้งแบบฝังฝ้า T-Bar, ฝ้าฉาบเรียบ, การแขวนด้วยสายสลิง (Suspended) หรือแม้แต่ติดตั้งบนผนังโดยใช้ชุดอุปกรณ์เสริม
- แสงนวลตา (Visual Comfort): กระบวนการหักเหแสงผ่านแผ่น LGP ช่วยให้แสงที่ออกมามีความสมูทและลดการเกิดเงาที่แข็งกระด้าง
พาแนล LED แบบ Backlit คืออะไร?
ในขณะที่ Edge-lit เน้นความบาง Backlit (หรือ Direct-lit) จะเน้นไปที่ประสิทธิภาพและการใช้งานที่ตรงไปตรงมา โดยวางเม็ด LED เรียงกันเป็นแผงที่ด้านหลังของตัวโคม
กลไกการทำงาน
แสงจะพุ่งจากด้านหลังผ่านแผ่นกระจายแสง (Diffuser) ที่กันไม่ให้เห็นเม็ด LED เป็นจุดๆ (Pixelation) ส่องมาด้านล่างโดยตรง ไม่ต้องมีแผ่น LGP ทำให้โครงสร้างภายในไม่ซับซ้อน
จุดเด่นของ Backlit
- ประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงสุด (Higher Efficacy): เนื่องจากแสงไม่ต้องผ่านการหักเหหลายขั้นตอน ทำให้สูญเสียค่าความสว่าง (Lumens) น้อยกว่าในกำลังวัตต์ที่เท่ากัน
- ราคาประหยัด: กระบวนการผลิตและวัสดุที่ไม่ต้องใช้แผ่นนำแสง (LGP) คุณภาพสูง ทำให้ต้นทุนต่ำกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องคุมงบประมาณ
- ความทนทานในระยะยาว: ลดความเสี่ยงเรื่องแผ่นนำแสงเสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อใช้งานไปนานๆ
ตารางเปรียบเทียบ Backlit vs Edge-lit ต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราได้สรุปความแตกต่างของ ไฟพาแนล LED ทั้งสองประเภทไว้ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Edge-lit Panel (ไฟขอบ) | Backlit Panel (ไฟหลัง) |
| ความหนาของโคม | บางเฉียบ (Slim) | หนา (Deep) |
| ตำแหน่งเม็ด LED | ขอบด้านข้าง | ด้านหลังแผ่นโคม |
| การใช้พลังงาน | ปานกลาง | ต่ำกว่า (ประหยัดกว่า) |
| ความนวลของแสง | สูงมาก (Glare ต่ำ) | สูง (แต่แสงจะพุ่งกว่า) |
| การติดตั้ง | หลากหลาย (ฝัง, แขวน, ติดผนัง) | เน้นฝังฝ้า T-Bar |
สรุป
พาแนล LED นอกจากเลือกขนาดให้เหมาะกับใช้งาน ยังมีเรื่องประเภทของโคม และโครงสร้างภายในแตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกสินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. และมีการรับประกันที่เชื่อถือได้
- Edge-lit เม็ดLED ติดตั้งที่ขอบโคม บาง สวย ราคาประหยัด
- Backlit เม็ด LED กระจายอยู่ด้านหลังแผง สว่าง ใช้ยาว คุ้มค่า
ต้องการปรึกษาเรื่องการออกแบบแสงสว่าง หรือสั่งซื้อไฟพาแนล LED คุณภาพสูงสำหรับงานของคุณ
เลือกโคมไฟถนนLED เลือกซื้อจาก ENRICHYOURLIGHT ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่าง แบรนด์โคมไฟ ไฮเบย์ หลอดไฟLED คุณภาพ โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ LINE Official Account:@enrichlighting หรือ Facebook: https://www.facebook.com/enrichled

