เลือกไฟพาแนลสำหรับออฟฟิศอย่างไรให้สบายตา
พนักงานรู้สึกปวดตา สมองล้า หรือรู้สึกง่วงระหว่างทำงาน ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอหรือไม่? ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ แสงสว่างโคมไฟสำนักงานภายในออฟฟิศ
ไฟพาแนลLED ให้แสงสว่างสม่ำเสมอ ไม่แยงตา และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการทำงาน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจการเลือกไฟพาแนลสำหรับออฟฟิศ ตั้งแต่ขนาด กำลังไฟ อุณหภูมิสี ไปจนถึงรูปแบบการติดตั้ง ตามแนวคิด Human Centric Lighting เพื่อให้ออฟฟิศของคุณสว่างพอดี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสบายสายตา
ขนาดไฟพาแนลที่เหมาะกับออฟฟิศ
การเลือกขนาดไฟพาแนลควรพิจารณาจากพื้นที่ใช้งานและประเภทเพดาน ขนาดมาตรฐานที่นิยมในออฟฟิศมี 3 ขนาดหลัก
- ขนาด 60×60 เซนติเมตร (2×2 ฟุต)
เป็นขนาดที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับฝ้าเพดานทีบาร์มาตรฐาน ติดตั้งง่าย ให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8–10 ตารางเมตรต่อโคม เหมาะกับโซนทำงานทั่วไป ห้องประชุมขนาดกลาง และพื้นที่ Open Office - ขนาด 30×120 เซนติเมตร (1×4 ฟุต)
เหมาะกับพื้นที่แคบยาว เช่น ทางเดิน โถงทางเชื่อม หรือพื้นที่ที่ต้องการจัดวางแสงตามแนวยาว ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและต่อเนื่อง - ขนาด 60×120 เซนติเมตร (2×4 ฟุต)
เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ห้องประชุมใหญ่ หรือออฟฟิศที่ต้องการแสงสว่างสูงต่อจุด ครอบคลุมพื้นที่ได้มากถึง 15–20 ตารางเมตรต่อโคม
รูปแบบการติดตั้งไฟพาแนล
ไฟพาแนลสามารถติดตั้งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะเพดานและดีไซน์ของออฟฟิศ
- แบบฝังฝ้า (Recessed) ให้ความเรียบร้อย กลมกลืนกับเพดาน เหมาะกับออฟฟิศสมัยใหม่
- แบบติดลอย (Surface Mount) เหมาะกับเพดานคอนกรีตหรือพื้นที่ที่ไม่สามารถฝังโคมได้
- แบบแขวน (Suspended) เหมาะกับออฟฟิศเพดานสูง หรือสไตล์ลอฟท์ ช่วยเพิ่มมิติให้พื้นที่
ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้นคือ พื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร ควรใช้ไฟพาแนลขนาด 60×60 ซม. จำนวน 1–2 โคม เพื่อให้ได้ความสว่างตามมาตรฐานออฟฟิศที่ 300–500 Lux
การเลือกกำลังไฟ (Wattage) ให้เหมาะสม
กำลังไฟมีผลโดยตรงต่อความสว่างและการใช้พลังงาน ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานในแต่ละพื้นที่
- พาแนล 18–24Wเหมาะกับห้องทำงานขนาดเล็ก ห้องผู้บริหาร หรือห้องประชุมขนาดเล็ก
- พาแนล 36–40W เป็นกำลังไฟที่นิยมที่สุด เหมาะกับโอเพ่นออฟฟิศและห้องประชุมขนาดกลาง
- พาแนล 48–54W เหมาะกับพื้นที่กว้าง ห้องประชุมใหญ่ หรือพื้นที่ที่มีแสงธรรมชาติน้อย
การคำนวณเบื้องต้นคือสำหรับออฟฟิศทั่วไป ใช้กำลังไฟประมาณ 3–5 วัตต์ต่อตารางเมตร เช่น ห้องขนาด 20 ตารางเมตร ควรใช้กำลังไฟรวมประมาณ 60–100W
อุณหภูมิสี (Color Temperature)
อุณหภูมิสีของแสงมีผลต่อสมาธิ ความรู้สึก การเลือกอุณหภูมิสีที่เหมาะสมช่วยลดความเครียดให้กับสายตา เพิ่มสมาธิ และส่งเสริมสุขภาพจิต
- 4000–4500K (Cool White หรือ สีขาวนวล) เหมาะที่สุดสำหรับโซนทำงาน ให้แสงสบายตา ไม่จ้าเกินไป ลดอาการล้าสายตา
- 5000–6500K (Daylight หรือ แสงขาว) ช่วยกระตุ้นความตื่นตัว เหมาะกับห้องประชุมหรือห้องอบรม
- 3000–3500K (Warm White หรือ แสงเหลือง) ให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับ Pantry หรือพื้นที่พักผ่อน
ตามหลัก Human Centric Lighting แนะนำให้แบ่งโซนการใช้งาน เช่น โซนทำงานใช้ 4000–5000K โซนประชุมใช้ 4500–5500K และพื้นที่พักผ่อนใช้แสงโทนอุ่น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ค่า CRI
CRI (Color Rendering Index) คือค่าที่บอกความแม่นยำของสีภายใต้แสงไฟ
- CRI ≥ 80 เหมาะกับออฟฟิศทั่วไป งานเอกสาร และการใช้คอมพิวเตอร์
- CRI ≥ 90 เหมาะกับงานออกแบบ งานสถาปัตย์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสี
การเลือกโคมไฟสำนักงานที่มีค่า CRI สูง ช่วยลดความผิดพลาดในการทำงาน และเพิ่มความสบายในการมองเห็นในระยะยาว
มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรตรวจสอบ
ไฟพาแนลสำหรับออฟฟิศควรผ่านมาตรฐานที่เชื่อถือได้ เช่น
- มอก. (TISI) รับรองความปลอดภัยและคุณภาพตามมาตรฐานไทย
- IP Rating ออฟฟิศทั่วไปควรเลือก IP20 ขึ้นไป หากเป็นพื้นที่ชื้นควรใช้ IP54
- มีการรับประกันสินค้า 2–3 ปี และบริการหลังการขายจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
สรุป
พาแนล เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับออฟฟิศ สำนักงาน เนื่องจากแสงสว่างที่สม่ำเสมอ ไม่แยงตา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดอาการเมื่อยล้าของสายตาของพนักงาน การเลือกไฟพาแนลที่เหมาะสมต้องเลือกจากหลายอย่างทั้งขนาดโคม เลือกตามพื้นที่และประเภทเพดาน กำลังไฟ อุณหภูมิสี ค่าCRI และมาตรฐานความปลอดภัย
เลือกซื้อจาก ENRICHYOURLIGHT ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่าง แบรนด์โคมไฟ ไฮเบย์ หลอดไฟLED คุณภาพ โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ LINE Official Account:@enrichlighting หรือ Facebook: https://www.facebook.com/enrichled

